มาตรฐานเครื่องจักรในโรงงานอาหารต้องอะไร? รู้จัก Food Safety, GMP, HACCP และการดูแลเครื่องจักร
Food Safety ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในขั้นตอนตรวจสอบสินค้าสำเร็จรูป แต่เกี่ยวข้องตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ การเลือกอุปกรณ์ กระบวนการผลิต การทำความสะอาด ไปจนถึงการบำรุงรักษาเครื่องจักร สำหรับโรงงานอาหาร เครื่องจักรจึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาเมื่อวางระบบความปลอดภัยอาหาร เพราะเครื่องที่ทำความสะอาดยาก มีจุดสะสมของสิ่งตกค้าง หรือดูแลรักษาไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อกระบวนการผลิตได้
มาตรฐานความปลอดภัยอาหารในโรงงานเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรอย่างไร?
แนวทางของ Codex Alimentarius เรื่อง General Principles of Food Hygiene (CXC 1-1969) ครอบคลุมการควบคุมสุขลักษณะและความปลอดภัยอาหารตลอดห่วงโซ่อาหาร รวมถึงการออกแบบสถานที่และอุปกรณ์ การควบคุมกระบวนการ และการบำรุงรักษา ดังนั้นการเลือกเครื่องจักรสำหรับโรงงานอาหารจึงควรมองมากกว่าความสามารถในการผลิต แต่ต้องพิจารณาว่าเครื่องสามารถใช้งาน ทำความสะอาด ตรวจสอบ และบำรุงรักษาได้เหมาะสมกับกระบวนการหรือไม่
GMP และ HACCP เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรอย่างไร?
GMP หรือแนวทางการผลิตที่ดี เป็นพื้นฐานด้านสุขลักษณะและสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย ส่วน HACCP เป็นระบบที่ใช้วิเคราะห์อันตรายและกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสม
เครื่องจักรที่ได้มาตรฐาน Food Safety ควรมีอะไรบ้าง?
คำว่าเครื่องจักรที่ได้มาตรฐาน Food Safety ไม่ได้หมายความว่ามีใบรับรองเพียงใบเดียวแล้วสามารถใช้ได้กับทุกกระบวนการ โรงงานควรพิจารณาความเหมาะสมของเครื่องกับสินค้าและกระบวนการจริง โดยเฉพาะหลัก Hygienic Design
EHEDG อธิบายว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ออกแบบตามหลักสุขลักษณะควรช่วยป้องกันการปนเปื้อน และควรออกแบบ ก่อสร้าง และติดตั้งโดยคำนึงถึงการทำความสะอาดและการใช้งานจริง
5 จุดที่ควรเช็กก่อนเลือกเครื่องจักรสำหรับโรงงานอาหาร
1. ทำความสะอาดง่าย เครื่องควรมีการออกแบบที่ลดบริเวณอับ จุดสะสมของเศษอาหาร และส่วนที่ทำความสะอาดได้ยาก
2. วัสดุเหมาะกับการใช้งาน วัสดุที่สัมผัสอาหารและส่วนประกอบต่าง ๆ ควรเหมาะกับสภาพการใช้งาน รวมถึงอุณหภูมิ สารทำความสะอาด และกระบวนการผลิต
3. โครงสร้างและพื้นผิวเหมาะกับงานอาหาร การออกแบบพื้นผิว รอยต่อ การเชื่อม และการระบายน้ำหรือของเหลวเป็นส่วนสำคัญของ Hygienic Design
4. ตรวจสอบและบำรุงรักษาได้ จุดที่ต้องตรวจสอบหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนควรเข้าถึงได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้โรงงานสามารถดูแลเครื่องได้ตามแผน
5. มีอะไหล่และบริการหลังการขาย เครื่องจักรต้องทำงานต่อเนื่องในระยะยาว จึงควรพิจารณาความพร้อมของ Spare Part ทีม Service และการบำรุงรักษาตั้งแต่ก่อนซื้อ
Spare Part เกี่ยวข้องกับ Food Safety อย่างไร?
Spare Part ไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้เครื่องกลับมาเดินได้เมื่อเสีย แต่ชิ้นส่วนที่สึกหรอหรือเสื่อมสภาพอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและสภาพสุขลักษณะของเครื่องได้
โรงงานจึงควรกำหนดชิ้นส่วนสำคัญที่ต้องมีสำรองและวางแผนเปลี่ยนตามรอบ เช่น ซีล ปะเก็น สายพาน เทป หรือชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเครื่อง ทั้งนี้รายการอะไหล่และรอบการเปลี่ยนควรอ้างอิงคู่มือและคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักรเป็นหลัก
Preventive Maintenance ช่วยโรงงานได้อย่างไร?
Preventive Maintenance คือการบำรุงรักษาตามแผนก่อนที่เครื่องจะเกิดปัญหา โดยอาจรวมถึงการตรวจสอบ ทำความสะอาด ปรับตั้ง และเปลี่ยนชิ้นส่วนตามรอบ
สำหรับโรงงานอาหาร การบำรุงรักษาที่เป็นระบบช่วยให้เครื่องทำงานได้สม่ำเสมอ ลดโอกาสหยุดเครื่องกะทันหัน และช่วยให้โรงงานควบคุมสภาพของอุปกรณ์ได้ต่อเนื่อง
เครื่องจักรที่เหมาะกับโรงงานอาหารควรพิจารณาอะไรบ้าง
การทำ Food Safety ในโรงงานไม่ได้จบที่การมี GMP หรือ HACCP แต่ต้องนำหลักการไปใช้กับกระบวนการจริง รวมถึงการเลือกเครื่องจักร การทำความสะอาด การบำรุงรักษา และการจัดการ Spare Part เครื่องจักรที่เหมาะกับโรงงานอาหารจึงควรพิจารณาทั้งประสิทธิภาพการผลิตและ Hygienic Design ควบคู่กัน และควรเลือก Supplier ที่สามารถให้ข้อมูลทางเทคนิค การติดตั้ง การบำรุงรักษา และบริการหลังการขายได้อย่างต่อเนื่อง ดูตัวอย่างการเลือกเครื่องในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ได้ที่ เครื่องบรรจุภัณฑ์อาหารมีกี่ประเภท? หรือดูสินค้าของ Ruampat ที่ เครื่องแปรรูปอาหาร (Food Processing Machine) และ เครื่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging Machine)
FAQ
Q: Spare Part สำคัญกับโรงงานอาหารอย่างไร?
A: ช่วยให้สามารถบำรุงรักษาและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอได้ตามแผน ลดความเสี่ยงจากการหยุดเครื่องและช่วยรักษาสภาพการทำงานของเครื่องจักร
Q: GMP และ HACCP ต่างกันอย่างไรในมุมของโรงงานอาหาร?
A: GMP เป็นพื้นฐานด้านสุขลักษณะและแนวทางการผลิตที่ดี ส่วน HACCP เป็นระบบวิเคราะห์อันตรายและกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร
Q: เครื่องจักรเกี่ยวข้องกับ HACCP หรือไม่?
A: เกี่ยวข้อง เพราะเครื่องจักรเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตและอาจเกี่ยวข้องกับจุดที่ต้องควบคุมความเสี่ยง โรงงานควรประเมินตามกระบวนการและอันตรายของผลิตภัณฑ์จริง
Q: เครื่องจักร Food Safety ต้องมีใบรับรองอะไรบ้าง?
A: ไม่มีใบรับรองเดียวที่ใช้ได้กับทุกเครื่องและทุกกระบวนการ ควรตรวจสอบมาตรฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเครื่อง วัสดุ การออกแบบ และการใช้งานจริง รวมถึงข้อกำหนดของโรงงานและลูกค้า
Q: Hygienic Design คืออะไร?
A: คือแนวทางการออกแบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้เหมาะกับการผลิตอาหาร โดยคำนึงถึงการป้องกันการปนเปื้อน การทำความสะอาด การบำรุงรักษา วัสดุ พื้นผิว และการติดตั้ง
Q: ควรเลือกเครื่องจักรที่มี Spare Part พร้อมในไทยหรือไม่?
A: สำหรับโรงงานที่ต้องการความต่อเนื่องของการผลิต ควรพิจารณาความพร้อมของอะไหล่ Lead Time และช่องทาง Service ในประเทศไทยตั้งแต่ก่อนซื้อ
Q: ก่อนซื้อเครื่องจักรสำหรับโรงงานอาหารควรเตรียมข้อมูลอะไร?
A: ควรเตรียมประเภทสินค้า กำลังการผลิต รูปแบบกระบวนการ พื้นที่ติดตั้ง ข้อกำหนดด้านสุขลักษณะ จำนวนชั่วโมงทำงาน และข้อมูลบรรจุภัณฑ์หรือวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง
Q: Ruampat มีบริการ Spare Part และ Service หรือไม่?
A: Ruampat ให้บริการด้านเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและมีงานบริการหลังการขาย เช่น Spare Part และงานบำรุงรักษา โดยรายละเอียดควรประเมินตามยี่ห้อและรุ่นเครื่องจักรที่ใช้งาน