เครื่องแพ็คอาหารพร้อมทาน 5 เหตุผลที่โรงงานควรเปลี่ยนจาก Tray Sealer มาใช้ Thermoform

ในโรงงานผลิตอาหารพร้อมทาน เมื่อยอดผลิตเพิ่มขึ้น ขั้นตอนการแพ็คและการจัดการบรรจุภัณฑ์ก็ต้องรองรับปริมาณสินค้าที่มากขึ้นตามไปด้วย ผู้ประกอบการจึงต้องพิจารณาทั้งกำลังผลิต ต้นทุนต่อแพ็ค และพื้นที่สำหรับจัดเก็บวัสดุบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้การลงทุนเครื่องจักรสอดคล้องกับแผนของโรงงาน

สำหรับ Ready Meal Packaging เครื่องจักรที่โรงงานอาจนำมาเปรียบเทียบคือ เครื่องซีลถาดอาหาร หรือ Tray Sealer และ เครื่อง Thermoform ทั้งสองแบบสามารถนำมาประเมินสำหรับงานอาหารพร้อมทานได้ แต่มีวิธีเตรียมบรรจุภัณฑ์ต่างกัน แล้วโรงงานควรเลือกจากอะไร วันนี้ทางร่วมพัฒน์จะพามาดูประเด็นที่ควรเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจลงทุน

Tray Sealer กับ Thermoform ต่างกันอย่างไร

ความต่างหลักของเครื่องทั้งสองแบบอยู่ที่ว่าภาชนะบรรจุมาจากไหน Tray Sealer ใช้ถาดที่ขึ้นรูปสำเร็จมาแล้ว ส่วน Thermoform ขึ้นรูปภาชนะเองจากฟิล์มม้วนภายในเครื่อง ความต่างนี้ส่งผลต่อต้นทุนวัสดุ พื้นที่จัดเก็บ การเปลี่ยนขนาดแพ็ค และการต่อระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรนำมาเปรียบเทียบก่อนลงทุน

Tray SealerThermoform
วัสดุตั้งต้นถาดสำเร็จรูป + ฟิล์มปิดฟิล์มม้วนล่าง + ฟิล์มปิด
การขึ้นรูปภาชนะขึ้นรูปมาก่อนแล้ว (ซื้อถาดเข้ามา)ครบจบในเครื่องเดียว ทั้งการขึ้นรูปถาดจากฟิล์ม และการซีลปิด
ขั้นตอนหลักใส่อาหารลงถาด → ซีลปิด (ในขั้นตอนก่อนซีลอาจมีการ vacuum หรือ MAP)ขึ้นรูปฟิล์มล่าง → ใส่อาหาร → ซีลปิด → ตัดแยกแพ็ค  (ในขั้นตอนก่อนซีลอาจมีการ vacuum หรือ MAP)
สิ่งที่ต้องบริหารสต็อกถาดแต่ละขนาดฟิล์มม้วน

ทั้งสองแบบใช้กับอาหารพร้อมทานได้ ตัวเลือกที่เหมาะจึงขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละโรงงาน ลองดูรายละเอียดของเครื่องแต่ละแบบด้านล่าง

Tray Sealer ใช้ถาดสำเร็จรูปแล้วซีลปิดด้วยฟิล์ม

เครื่องซีลถาดอาหาร หรือ Tray Sealer ใช้กับถาดที่ขึ้นรูปมาแล้ว โดยบรรจุอาหารลงถาดก่อนนำเข้าสู่ขั้นตอนซีลปิดด้วยฟิล์มด้านบน สำหรับโรงงานที่ต้องการใช้ถาดสำเร็จรูปต่อ สามารถเริ่มประเมินจากตัวอย่างถาดจริง ทั้งขนาด ความลึก วัสดุ และฟิล์มปิด เพื่อเลือกเครื่องและชุดแม่พิมพ์ให้เหมาะสม จากนั้นจึงพิจารณาว่าควรใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติหรืออัตโนมัติตามกำลังผลิตที่ต้องการ

Thermoform ขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์จากฟิล์มม้วน

เครื่อง Thermoform เริ่มด้วยฟิล์มม้วนด้านล่างเข้าเครื่องเพื่อขึ้นรูปเป็นช่องบรรจุ จากนั้นใส่อาหาร ซีลปิดด้วยฟิล์มด้านบน ในขั้นตอนนี้สามารถซีลปกติได้ ดูดอากาศหรือ Vacuumได้ หรือสามารถอัดอากาศที่ผ่านการโมดิฟายแล้วหรือที่เรียกว่าเทคนิค MAPได้  และตัดแยกเป็นแพ็ค โดยสามารถจัดอาหารลงช่องบรรจุด้วยพนักงานหรือระบบบรรจุที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกัน

5 ข้อที่ช่วยตัดสินใจระหว่าง Tray Sealer กับ Thermoform

1.กำลังการผลิตสูง ยิ่งเห็นผลจากการลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์
สำหรับโรงงานอาหารพร้อมทานที่ผลิตจำนวนมาก ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ลดลงเพียงเล็กน้อยต่อแพ็ค สามารถสะสมเป็นเงินประหยัดจำนวนมากในแต่ละเดือน การเปลี่ยนจากถาดสำเร็จรูปมาใช้ Thermoform ขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์จากฟิล์มม้วน จึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาเพื่อลดต้นทุนเมื่อยอดผลิตเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างเช่น โรงงานที่ผลิต 100,000 แพ็คต่อวัน และเดินเครื่อง 20 วันต่อเดือน จะมีปริมาณผลิตรวม 2 ล้านแพ็ค หากประเมินแล้วสามารถลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ได้ 0.50 บาทต่อแพ็ค จะประหยัดค่าวัสดุได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน

เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการคำนวณ ผลจริงขึ้นกับต้นทุนถาด ฟิล์ม และวัสดุสูญเสียของแต่ละโรงงาน ยังไม่รวมเงินลงทุนเครื่องและแม่พิมพ์

โรงงานที่ผลิตสินค้าต่อเนื่องในปริมาณมากจึงควรนำต้นทุนถาดเดิมมาเปรียบเทียบกับต้นทุนฟิล์มของ Thermoform โดยรวมวัสดุสูญเสียและค่าใช้จ่ายในการเดินเครื่อง เพื่อประเมินผลประหยัดจริงและความคุ้มค่าในการลงทุน

2. พื้นที่จัดเก็บและการขนส่งวัสดุ
การใช้ถาดสำเร็จรูปต้องมีพื้นที่รองรับสต็อกถาดแต่ละขนาด รวมถึงวางแผนการรับเข้าและลำเลียงไปยังไลน์ผลิต หากมีหลายรูปแบบแพ็ค โรงงานก็ต้องบริหารจำนวนถาดแต่ละแบบให้เพียงพอกับแผนผลิต ส่วน Thermoform ใช้ฟิล์มม้วนเป็นวัสดุสำหรับขึ้นรูป โรงงานจึงสามารถนำพื้นที่จัดเก็บฟิล์มมาเปรียบเทียบกับพื้นที่จัดเก็บถาดเดิมได้ โดยดูจำนวนแพ็คที่ผลิตได้จากวัสดุแต่ละหน่วยร่วมกับรอบการสั่งซื้อ

3. การเปลี่ยนขนาดแพ็คและการออกสินค้าใหม่
อาหารพร้อมทานอาจมีการปรับน้ำหนักต่อมื้อ เพิ่มช่องแบ่งอาหาร หรือเปลี่ยนรูปแบบแพ็คสำหรับสินค้าใหม่ โรงงานจึงควรตรวจว่าการเปลี่ยนแต่ละครั้งต้องเตรียมอะไรบ้าง หากใช้ถาดสำเร็จรูป ต้องพิจารณาความพร้อมของถาดขนาดใหม่ ปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำ ระยะเวลาจัดหา และถาดเดิมที่อาจเหลือในสต็อก รวมถึงชุดแม่พิมพ์ของเครื่องซีลถาด หากเป็นเพียงการเปลี่ยนเมนูหรือกราฟิก โดยขนาดแพ็คยังเหมือนเดิม งานที่ต้องปรับอาจต่างจากการเปลี่ยนรูปทรงบรรจุภัณฑ์อย่างมาก การแยกสองกรณีนี้จะช่วยให้โรงงานประเมินเวลาและค่าใช้จ่ายได้ตรงจุด

4. รองรับการขยายกำลังผลิตและระบบอัตโนมัติ
เมื่อวางแผนเพิ่มยอดผลิต โรงงานควรมองตั้งแต่การเตรียมบรรจุภัณฑ์ การใส่อาหาร การซีล ไปจนถึงการส่งต่อสินค้า เพราะทุกขั้นตอนต้องรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นได้สอดคล้องกัน Thermoform รวมการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์ การซีล และการตัดแยกแพ็คไว้ภายในเครื่องเดียว ส่วนขั้นตอนใส่อาหารสามารถวางแผนใช้พนักงาน หรือเชื่อมต่อกับระบบบรรจุที่เหมาะกับสินค้าได้ จึงเป็นทางเลือกสำหรับโรงงานที่ต้องการพัฒนาไลน์แพ็คอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกรุ่นเครื่อง จำนวนช่องบรรจุต่อรอบ และอุปกรณ์ประกอบให้ตรงกับเป้าหมายการผลิต

5. คุณภาพแพ็คและความเหมาะสมของวัสดุ
ทั้ง Tray Sealer และ Thermoform ต้องใช้วัสดุและเงื่อนไขการซีลที่เหมาะกับสินค้า โรงงานควรกำหนดเกณฑ์ตรวจแพ็คให้ชัด เช่น รูปทรงบรรจุภัณฑ์ คุณภาพรอยซีล การรั่วซึม และลักษณะการเปิดใช้งาน หากต้องการให้แพ็คเข้าไมโครเวฟได้ ควรแจ้งความต้องการนี้ตั้งแต่ขั้นตอนเลือกสเปก เพื่อเลือกถาดหรือฟิล์มขึ้นรูปและฟิล์มปิดที่รองรับวิธีอุ่นอาหารตามที่กำหนด

การเลือกจึงควรเริ่มจากเงื่อนไขของโรงงาน แล้วนำเครื่องรุ่นที่เหมาะสมมาเปรียบเทียบ ไม่ว่าจะเป็นกำลังการผลิตที่ต้องการมากขึ้น ความต้องการพัฒนาระบบอัตโนมัติ เป็นต้น

Thermoform จาก VARIOVAC สำหรับงานอาหารพร้อมทาน

สำหรับโรงงานที่ต้องการประเมินการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์จากฟิล์มม้วน เครื่อง Thermoform จาก VARIOVAC เป็นทางเลือกที่สามารถนำมาพิจารณาร่วมกับรูปแบบสินค้าและแผนการผลิตได้

RapidAirSystem® เทคโนโลยีสิทธิบัตรโดยVARIOVAC

ขึ้นรูปถาดได้รวดเร็ว คมชัด แน่นหนา โดยใช้ลมเป่าให้ฟิล์มกระทบกับแผ่นร้อนเพื่อให้ฟิล์มนิ่มตัวลง เมื่อฟิล์มพร้อมแล้ว ระบบจะใช้ลมเป่าฟิล์มให้แนบสนิทกับแม่พิมพ์ที่มีความเย็นหล่อด้านล่าง โดยลักษณะของแพคเกจ จะกำหนดจากแม่พิมพ์ ความแรงของลมจะช่วยผลักดันให้ฟิล์มกระจายตัวไปตามส่วนโค้งมนและมุมต่างๆ ของแม่พิมพ์ได้อย่างทั่วถึง ทำให้ได้ถาดบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานเท่ากันทุกมุม ช่วยเพิ่มความเร็วการผลิต และประหยัดพลังงาน โดยการเลือกรุ่น ชุดแม่พิมพ์ และฟิล์มต้องสอดคล้องกับขนาดและลักษณะแพ็คที่ต้องการ ส่วนขั้นตอนใส่อาหารสามารถวางแผนให้ใช้พนักงานหรือเชื่อมกับระบบบรรจุตามความเหมาะสมของสินค้า

โรงงานของคุณถึงเวลาพิจารณา Thermoform แล้วหรือยัง

หากโรงงานกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ การประเมิน Thermoform จะช่วยให้เห็นทางเลือกในการปรับไลน์แพ็คได้ชัดเจนขึ้น
• ยอดผลิตเพิ่มขึ้น และต้องการลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อแพ็ค
• การเตรียมหรือป้อนถาดเข้าไลน์เป็นจุดที่ทำให้ผลิตล่าช้า
• มีแผนเพิ่มกำลังผลิตหรือเชื่อมต่อระบบอัตโนมัติ
• ผลิตสินค้ารูปแบบเดิมอย่างต่อเนื่องในปริมาณมาก

เลือกเครื่องแพ็คอาหารพร้อมทานกับบริษัท ร่วมพัฒน์ จำกัด

การเลือกเครื่องแพ็คอาหารพร้อมทานควรพิจารณาร่วมกันทั้งรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนต่อแพ็ค พื้นที่จัดเก็บ และกำลังผลิต บริษัท ร่วมพัฒน์ จำกัด ขอนำเสนอเครื่อง Thermoform จากแบรนด์ VARIOVAC สำหรับโรงงานที่ต้องการขยายกำลังผลิตหรือปรับปรุงไลน์แพ็ค Ready Meal
หากคุณยังไม่มั่นใจว่าควรเลือกเครื่องแบบใด สามารถส่งตัวอย่างแพ็ค ขนาดและน้ำหนักสินค้า จำนวนแพ็คต่อวัน พร้อมข้อมูลวัสดุบรรจุภัณฑ์และไลน์ปัจจุบัน ให้ทีมงานร่วมพัฒน์ช่วยประเมินแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของท่าน
ปรึกษาทีมงานร่วมพัฒน์ผ่าน LINE

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องแพ็คอาหารพร้อมทาน

อาหารพร้อมทานควรเลือกการแพคด้วยเทคนิคอะไร?

ควรเลือกจากลักษณะอาหาร เป้าหมายคุณภาพ และเงื่อนไขการจัดเก็บ บางงานใช้การซีลทั่วไปเหมาะสมกว่า ขณะที่บางงานการดูดอากาศภายในแพคออกและใส่อากาศที่เหมาะสมมากกว่าเข้าไปด้วยเทคนิค MAP เป็นทางเลือกที่ดีกว่า 

ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิล์มที่เลือกใช้ หากต้องการให้บรรจุภัณฑ์เข้าไมโครเวฟได้ ควรแจ้งความต้องการนี้ตั้งแต่ขั้นตอนเลือกสเปก เพื่อให้ได้ฟิล์มที่รองรับการอุ่นด้วยไมโครเวฟ

เมื่อยอดผลิตเพิ่มขึ้น ต้นทุนถาดเริ่มสูง พื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ หรือเตรียมถาดเข้าไลน์ไม่ทัน ควรเริ่มประเมิน Thermoform โดยเปรียบเทียบต้นทุนและกำลังผลิตกับระบบเดิม เพื่อดูความคุ้มค่าก่อนลงทุน

More from RUAMPAT

BRANDS

SERVICES

บริษัท ร่วมพัฒน์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรผลิตอาหารชั้นนำด้วยการร่วมมือระหว่างผู้ผลิตเครื่องจักรในยุโรป นำเสนอเครื่องจักรและโซลูชั่น ที่ตอบสนอง ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่ธุรกิจ SME จนถึงอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่
“NEXT STEP TO PREMIUM QUALITY“