กลิ่นรสในอุตสาหกรรมอาหาร สร้างกลิ่นให้โดดเด่น และรักษากลิ่นให้อยู่ถึงมือผู้บริโภค
เคยไหม? แค่ได้กลิ่นหมูย่าง กลิ่นไก่ย่าง หรือกลิ่นบาร์บีคิวลอยมา ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที ทั้งที่ยังไม่ได้ชิมเลยด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะ “กลิ่น” มีส่วนสำคัญมากกว่าที่เราคิดในการรับรู้รสชาติของอาหาร
เวลาพูดถึง “รสชาติ” หลายคนอาจนึกถึงสิ่งที่ลิ้นรับรู้ เช่น หวาน เค็ม เปรี้ยว ขม และอูมามิ แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าอาหารแต่ละอย่างมีรสชาติและเอกลักษณ์แตกต่างกัน ยังมาจาก “กลิ่น” ที่เราได้รับร่วมด้วย โดยเฉพาะอาหารที่มีกลิ่นโดดเด่น เช่น กลิ่นสโมค (Smoke) กลิ่นบาร์บีคิว (BBQ) กลิ่นเหล่านี้สามารถสร้างความรู้สึกถึงความหอม ความเข้มข้น และความน่ากินให้กับอาหารได้ตั้งแต่ก่อนที่เราจะเริ่มรับประทาน
ทำไมกลิ่นถึงสำคัญกับรสชาติ
สิ่งที่เราเรียกว่า “รสชาติ” ส่วนใหญ่มาจากกลิ่น ลองนึกถึงตอนเป็นหวัด อาหารที่เคยอร่อยกลับจืดลง ทั้งที่รสหวาน เค็ม เปรี้ยวยังเท่าเดิม อ่านความต่างของรสชาติกับกลิ่นรสได้ที่ รสชาติ คืออะไร มีกี่รส
ตัวอย่างง่าย ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า กลิ่นมีผลต่อสิ่งที่เราเรียกว่า “รสชาติ” มากแค่ไหน
กลิ่นสโมคและกลิ่นบาร์บีคิวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ “กลิ่น” เพื่อสร้างคาแรกเตอร์ให้กับอาหาร
ซอสที่มีรสหวาน เค็ม เปรี้ยวในระดับเดียวกัน แต่เมื่อเติมกลิ่นบาร์บีคิวเข้าไป กลับทำให้เรารู้สึกถึงความหอมแบบอาหารย่างและความเข้มข้นของรสชาติได้มากขึ้น หรือตัวอย่างจากสินค้าบริษัทเราที่จะสามารถชูกลิ่นและชูรสชาติของตัวสินค้าออกมาได้ดีเยี่ยม
นี่คือเหตุผลที่กลิ่นสโมคและบาร์บีคิวถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นขนมขบเคี้ยว ซอส เครื่องปรุง เนื้อแปรรูป หรืออาหารพร้อมรับประทาน [สนใจทดสอบกลิ่นและรสชาติสินค้า]
แต่สำหรับในอุตสาหกรรมอาหาร “การสร้างกลิ่น” อาจไม่ใช่เรื่องยากที่สุด
สิ่งที่ท้าทายกว่าคือ กลิ่นรสในอุตสาหกรรมอาหาร ทำอย่างไรให้กลิ่นนั้นยังคงอยู่และให้ความรู้สึกเหมือนเดิมเมื่อสินค้าไปถึงมือผู้บริโภค เพราะสารที่ทำให้เกิดกลิ่นหลายชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากความร้อน ออกซิเจน และระยะเวลาในการเก็บรักษา
ตัวอย่างเช่น ในกระบวนการผลิตที่ใช้ความร้อน กลิ่นบางชนิดอาจระเหยออกไป ทำให้ความหอมของผลิตภัณฑ์ลดลง หรือหากผลิตภัณฑ์สัมผัสกับออกซิเจนมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่ต้องการ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีไขมัน
ผลที่เกิดขึ้นคือ สินค้าที่ออกจากโรงงานอาจมีกลิ่นและรสชาติตรงตามสูตร แต่เมื่อเก็บไว้นานขึ้นหรือถึงมือผู้บริโภค กลิ่นอาจไม่เข้มเหมือนเดิม
และถ้ากลิ่นนั้นเป็น “จุดขาย” ของสินค้า ความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้บริโภคได้
บรรจุภัณฑ์จึงมีส่วนสำคัญกว่าที่คิด
การรักษากลิ่นและรสชาติของอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ กระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ การเลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง Vacuum Packaging หรือ Thermoform สามารถช่วยลดการสัมผัสออกซิเจนและช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ระหว่างการเก็บรักษาได้
ดังนั้น สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการรักษากลิ่นหอมของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นสโมค กลิ่นบาร์บีคิว กลิ่นย่าง หรือกลิ่นรสเฉพาะของแบรนด์ การเลือกเครื่องจักรและวิธีการบรรจุที่เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
ร่วมพัฒน์ช่วยได้ตั้งแต่ “สร้างกลิ่น” จนถึง “การรักษากลิ่น”
เพราะเราเชื่อว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีไม่ใช่แค่ทำให้อาหาร “อร่อย” แต่ต้องทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัส กลิ่น รสชาติ และคุณภาพที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้กลิ่น ไปจนถึงตอนที่เปิดซองและรับประทาน ร่วมพัฒน์ พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอ โซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งในด้าน ส่วนผสมและกลิ่นรส เช่น กลิ่นสโมค กลิ่นบาร์บีคิว และกลิ่นรสสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึง ไลน์การผลิตตั้งแต่ การบด การผสม บรรจุไส้ รวมไปถึง เครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ ที่ช่วยตอบโจทย์กระบวนการผลิตของแต่ละโรงงาน