Table of Contents

5 สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับไม้รมควัน

ไม้รมควัน

ไม้รมควัน (smoking wood) ถึงแม้ว่าจะเป็นไม้ชนิดเดียวกันก็จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น shagbark hickory,red hickory, pignut hickory สภาพภูมิอากาศที่ปลูกเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อรสชาติ อย่างเช่น สภาพภูมิอากาศร้อนในเท็กซัส ทำให้ไม้มีรสชาติที่แตกต่างจากสภาพภูมิอากาศร้อนในมิชิแกน นอกจากนั้น สภาพเปลือกของไม้ ความชื้นบริเวณที่รมควัน อุณหภูมิไฟและเวลาในการอบแห้งก็ส่งผลต่อรสชาติอีกด้วย แต่มีอีกอย่างนึงที่ส่งผลเช่นกันคือเครื่องเทศ เพราะแต่ละชนิดก็มีความเหมาะกับเนื้อสัตว์ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกชนิดของไม้ จึงไม่สำคัญจนเป็นสิ่งที่เราจะต้องไปเครียดกับมันมากนะคะ โดยเราอาจจะเลือกจากข้อกำหนดอื่น ๆ แทนได้ อย่างเช่น มาตรฐานของไม้ที่ได้ ความสะดวกในการหาซื้อ เรื่องเหล่านี้จึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ และเป็นจุดที่ช่วยในการเลือกไม้มากกว่าค่ะ


ไม้รมควัน 02

1. รู้หรือไม่ ? ควรใช้ไม้ที่แห้ง

ไม้ที่ตัดใหม่ “ยังเขียวอยู่” จึงทำให้มียางไม้ ทำให้การเผาไหม้ไม่สม่ำเสมอ อาจจะให้กลิ่นรสชาติที่แตกต่างจากไม้แห้งได้
ที่สำคัญอาจจะมีเชื้อรา และก็แบคทีเรียด้วยนะคะ และหากเราเก็บไม้มาเอง จะต้องนำมาอบให้ความร้อนเหลือที่ 15-22% ค่ะ


ไม้รมควัน 03

2. เปลือกไม้

ไม้บางชนิดมีเปลือกไม้มากกว่าชนิดอื่น มันอาจจะส่งผลต่อกลิ่นและรสชาติ บางคนก็จะแนะนำว่าควรกำจัดเปลือกไม้ออกก่อน เพราะเปลือกมีอากาศมาก ความหนาแน่นน้อย ทำให้การเผาไหม้แตกต่างจากตัวเนื้อไม้ หรือบางคนอาจแนะนำว่าให้ใช้ไม้ฮิคคอรี่ดีที่สุดค่ะ


ไม้รมควัน 04

3. ไม้รมควัน ที่เราะแนะนำมากที่สุด

ถ้าใช้ในทางครัวเรือน เราขอแนะนำ “ไม้เแอปเปิ้ล” เพราะเหมาะกับอาหารหลากหลายชนิดเลยค่ะ
และถ้าเป็นแบบเป็นก้อนก็ยิ่งดีเลยล่ะค่ะ เพราะให้การเผาไหม้ที่ช้ากว่า แต่ถ้าต้องการรมควันแบบรวดเร็ว แบบผงก็ใช้ได้ค่ะ
ส่วนถ้าเป็นในทางอุตสาหกรรมก็จะแนะนำเป็น “ไม้บีช” เพราะให้กลิ่นคงที่ ไม่แรงจนกลบกลิ่นเนื้อของผลิตภัณฑ์ค่ะ ทำความรู้จักเพิ่มเติมกับ ไม้บีชรมควันที่มากกว่ากลิ่นหอม


4. ไม้รมควัน หาซื้อได้ที่ไหน ???

หากต้องการใช้ในรูปแบบครัวเรือน เดี๋ยวนี้ร้านขายอุปกรณ์บาบีคิวมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
หรือแม้กระทั่งใน Supermarket ก็ยังมีมุมที่ขายของสำหรับบาบีคิวด้วยค่ะ แต่หากเป็นทางอุตสาหกรรม
ก็สามารถสั่งผ่าน Dealer
 ที่มีการนำเข้าไม้มาจากทางยุโรป หรืออเมริกา แต่อาจจะต้องสั่งล่วงหน้าซะหน่อยนะคะ
เพราะไม้พวกนี้ต้องตัดให้เหมาะกับขนาดของเครื่องจักรที่ต้องการใช้ และยังต้องส่งไม้มาจากต่างประเทศด้วยค่ะ
หากท่านใดสนใจไม้รมควัน กลิ่นไม้บีช เพื่อใช้ในอุตสาหกรรม
 สั่งซื้อได้ที่ >>> Smoking woods


5. ข้อควรระวัง

หลีกเลี่ยงการใช้ไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้จากต้นสนต่าง ๆ pine, fir, cyprus, spruce,redwood
และ northern cedar เพราะพวกมันมียาง และน้ำมันที่เยอะเกินไป ส่งผลให้เนื้อของเรามีรสชาติที่ผิดเพี้ยนไปด้วย
และที่สำคัญที่สุด ไม้บางชนิดอาจจะเป็นพิษสำหรับตัวเราได้ด้วยค่ะ ยกตัวอย่างเช่นไม้ตระกูลพวก oleander, yew
mangrove, laburnun, sassafras, tambootie และ poisonous walnut (แต่ไม่ใช่กับวอลนัทอื่นๆ นะคะ)


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไม้รมควัน (FAQ)

Q1: ไม้รมควันอาหารควรเลือกใช้ไม้ชนิดไหนดี?

A: การเลือกชนิดไม้ควรพิจารณาจากประเภทของอาหารและกลิ่นควันที่ต้องการ เช่น ไม้แอปเปิ้ลหรือเชอร์รี่ให้กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ เหมาะกับสัตว์ปีกและอาหารทะเล ขณะที่ไม้ฮิคคอรี่ให้กลิ่นควันที่เข้มข้น เหมาะกับเนื้อหมู ส่วนไม้โอ๊คให้กลิ่นควันในระดับกลาง สามารถใช้กับเนื้อสัตว์ได้หลากหลายประเภท

สำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ไม้บีช (Beech) เป็นอีกหนึ่งชนิดไม้ที่ได้รับความนิยม เพราะให้กลิ่นควันที่สม่ำเสมอ ไม่แรงจนกลบกลิ่นและรสชาติของวัตถุดิบ และยังช่วยให้ควบคุมคุณภาพการผลิตได้ง่ายขึ้น

Q2: ไม้รมควันแบบท่อนกับแบบขี้เลื่อยหรือสับแล้ว แตกต่างกันอย่างไร?

A: ไม้แบบท่อน (Wood Log) จะเผาไหม้ช้ากว่า จึงให้ควันอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เหมาะกับกระบวนการรมควันที่ใช้เวลานาน

ส่วนไม้แบบขี้เลื่อยหรือสับแล้ว(Woodchips) จะเผาไหม้ได้เร็วกว่า และให้ควันในปริมาณมากภายในระยะเวลาสั้น จึงเหมาะกับกระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่ต้องการควบคุมเวลาและรอบการผลิตให้แม่นยำ

Q3: ทำไมไม้รมควันชนิดเดียวกัน จึงให้กลิ่นและรสชาติแตกต่างกันได้?

A: แม้จะเป็นไม้ชนิดเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกัน เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพภูมิอากาศ แหล่งที่ปลูก สภาพของเปลือกไม้ ความชื้น อุณหภูมิที่ใช้ในการรมควัน รวมถึงระยะเวลาในการอบแห้งก่อนนำไม้มาใช้งาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อกลิ่นและรสชาติของควันที่ได้ ซึ่ง woodchip ที่ร่วมพัฒน์นำเข้า มีถิ่นแหล่งปลูกที่เยอรมัน สภาพอากาศเหมาะสมและมีกระบวนการควบคุมการผลิตตามมาตรฐานจึงได้ ไม้บีชสำหรับรมควันที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ และให้ผลลัพธ์ที่ดี

Q4: นอกจากชนิดไม้แล้ว ควรพิจารณาอะไรในการเลือกไม้รมควัน?

A: นอกจากชนิดของไม้แล้ว ควรพิจารณาเรื่อง มาตรฐานการผลิต ความสะอาดและการควบคุมความชื้น รวมถึงการปราศจากเชื้อรา ยีสต์ และตัวมอด ตลอดจนความสม่ำเสมอของคุณภาพในแต่ละล็อต

นอกจากนี้ การมีสินค้าในสต็อกและสามารถจัดส่งได้อย่างต่อเนื่องก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะช่วยให้กระบวนการผลิตสามารถดำเนินไปได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่สะดุดจากปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน

Q5: ร่วมพัฒน์มีไม้รมควันอาหารจำหน่ายหรือไม่?

A: มีค่ะ ร่วมพัฒน์เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายไม้บีชรมควัน GOLDSPAN® smoke จาก Brandenburg Gruppe ประเทศเยอรมนี โดยตรง

ผลิตจากท่อนไม้บีชธรรมชาติ ผ่านกระบวนการกำจัดความชื้นและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานยุโรป พร้อมมีสต็อกสินค้าในประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและช่วยลดระยะเวลารอสินค้า


บริษัท ร่วมพัฒน์ จำกัด 
ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายไม้บีชสำหรับรมควัน นำเข้าจากเยอรมนีคุณภาพสูง

เราคือหนึ่งในผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Beechwood chips สำหรับรมควันอาหารโดยตรงจากประเทศเยอรมนี
ด้วยประสบการณ์ในตลาดนี้ เราส่งไม้บีชให้กับ โรงงานผลิตอาหารแปรรูปในประเทศไทยกว่า 90% ลูกค้าของเราคือโรงงานที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า และต้องการมาตรฐานระดับสากล
จุดเด่นของไม้บีชจากร่วมพัฒน์จุดเด่นของไม้บีชจากร่วมพัฒน์
• นำเข้าจากเยอรมนีโดยตรง ได้มาตรฐาน EU และผ่านการควบคุมความชื้นอย่างเหมาะสม มีการควบคุมให้ทุกๆ LOT อยู่ในมาตรฐาน คุณภาพสม่ำเสมอ 
• ราคาดี แข่งขันได้ เพราะเรานำเข้าเอง ไม่มีคนกลาง ทำให้ควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า
• MOQ (ขั้นต่ำในการสั่งซื้อ) ไม่สูง ไม่ว่าคุณจะเป็นโรงงานขนาดใหญ่หรือ SME ก็สามารถเริ่มต้น เติบโตไปกับเราได้
• ลูกค้าในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารใช้จริงกว่า 90% ของตลาด
• พร้อมส่งจากสต็อกในไทย มีสินค้าพร้อมจัดส่ง
หากคุณกำลังมองหาไม้บีชคุณภาพสูง ส่งตรงจากเยอรมัน มีสตอคในไทย ไม่ต้องรอของนาน ราคาดี MOQต่ำ และน่าเชื่อถือ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลากหลายเจ้า ติดต่อเราได้ที่บริษัท ร่วมพัฒน์ จำกัด

More from RUAMPAT

BRANDS

SERVICES

บริษัท ร่วมพัฒน์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรผลิตอาหารชั้นนำด้วยการร่วมมือระหว่างผู้ผลิตเครื่องจักรในยุโรป นำเสนอเครื่องจักรและโซลูชั่น ที่ตอบสนอง ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่ธุรกิจ SME จนถึงอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่
“NEXT STEP TO PREMIUM QUALITY“